ตอนเด็กอยากโต พอโตอยากกลับไปเป็นเด็ก...






          เชื่อว่าหลายๆคน คงมีความคิดนี้ขึ้นมาในหัวคือประโยคที่ว่า "อยากกลับไปเป็นเด็ก" ซึ่งตอนนี้

          ฉันก็เป็น
เช่นกัน เลยอยากมาเเชร์ความคิดของตัวเองว่าทำไมถึง

                               "ตอนเด็กอยากโต พอโตอยากกลับไปเป็นเด็ก..."

         เรื่องราวเกิดขึ้นตอนเมื่อฉันนั้นอยู่อนุบาล 3 ฉันก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองนั้นยังเด็กอีกเลย ฉันคิด

         ว่าตัวฉันเองนั้นโตเเล้ว ซึ่งในวัยอนุบาล 3 ของฉัน ฉันสามารถทำอะไรหลายๆอย่างที่ปกติเเล้ว

         เด็กในวัยเเค่นี้เขาไม่ทำกัน เเละคงไม่มีผู้ปกครองคนไหนกล้าให้ลูกหลานของตนทำเช่นกัน

         เนื่องด้วยฉันเป็นลูกคนเดียว เเละญาติที่อยู่ใกล้ฉันที่สุดคือย่า เเต่ย่าทำงานต่างอำเภอ จะอยู่

         ใกล้
จริงๆก็ต่อเมื่อเป็นวันเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดทางราชการเท่านั้น เพราะท่านเป็นคุณครู 

          ส่วนคนอื่นๆอยู่ต่างจังหวัด เเละพ่อของฉันก็ทำงานต่างจังหวัดเช่นกัน ฉันเลยอยู่กับเเม่เเค่ 2 คน

          มีเเวะเวียนไปบ้านย่าบางครั้ง ด้วยสถานการณ์นี้ ฉันจึงต้องอยู่บ้านเพียงลำพังในวันที่ รร. ปิด

          เเละเเม่ต้องไปทำงานที่โรงพยาบาล ฉันที่อยู่ในวัยอนุบาล 3 ซึ่งไม่งอเเงเลย

          (อีกอย่างนึง ฉันเป็นคนเสนอความคิดนี้เองแหละ แหะๆ) เเถมยังชอบด้วยซ้ำ

          เพราะคิดว่าตนโต
เเล้วนั้นเอง เลยสามารถที่จะอยู่บ้านเพียงคนเดียวได้ โดยสิ่งที่ทำให้ฉัน

          อยู่ได้คือ อินเตอร์เน็ต ทีวี คอมพิวเตอร์ ข้าวที่เเม่ซื้อไว้ให้ โทรศัพท์บ้าน เงิน (ไว้ซื้อขนม) 

          จักรยาน(สำหรับออกไปนอกบ้าน) เเละกุญเเจบ้าน   ในวัยอนุบาล 3 ฉันยังสามารถเดินจาก

          บ้านย่าที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันเเต่ห่างกันหลายซอยเพื่อกลับไปนอนบ้านตัวเองได้ในเวลา

           หลังเที่ยงคืน ซึ่ง
ย่าก็อนุญาตด้วย(เเต่ความจริงย่าหลับไปเเล้ว เเละไม่คิดว่าหลานจะกล้าทำจริงๆ) 


                                                     "อายุปีที่  7 ของฉัน..."

               

            เมื่อฉันอายุเพิ่มขึ้นอีกปี ได้เลื่อนชั้นมาเป็น ป.1 ก็ยิ่งคิดว่าตัวเองนั้นยิ่งโตเเล้วขึ้นไปอีก

            เเละ Level ความกล้าเพิ่มขึ้น ด้วยความที่เเม่ทำงานในโรงพยาบาล จึงมักจะไม่ค่อยว่าง

            มารับที่ รร. ฉันต้องรอเเม่มารับเป็นคนสุดท้ายเเทบทุกวัน ซึ่งไม่ถูกใจเป็นอย่างมาก

            เเต่ก็เข้าใจเเม่ ด้วยหน้าที่การงานจึงไม่ค่อยว่างมากนัก ฉันเลยอาสานั่งรถตุ๊กตุ๊กกลับจาก

            รร. เเละไปรอเเม่ที่ทำงานเพื่อกลับบ้านพร้อมกัน ทุกคนก็น่าจะนึกสภาพเด็กวัย ป.1 ออก

            ฉันเป็นคนนึงที่ตัวเล็กมาก ทำให้เจออุปสรรคในการขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก เช่นสิ่งที่เจอบ่อยสุด

            คือโบกรถตุ๊กตุ๊กเเต่เขาไม่รับ อาจเป็นเพราะเขาคงคิดว่าเด็กโบกเล่นๆ ด้วยในวัยนั้นฉันเสียใจมาก

            ความรู้สึกเหมือนถูกเมินเเต่บางครั้งก็เจอคนขับใจดี โดยที่เขาไม่เก็บเงินค่าส่งด้วยซ้ำ 

            อาจเป็นเพราะความเป็นเด็กเลยเขาเลยเอ็นดู เเละความเป็นเด็กนี้ จิตนาการวาดฝันชีวิตตัวเอง

           ในตอนเป็นผู้ใหญ่ไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการที่สามารถทำอะไรก็ได้ที่อยากทำโดยไม่มีใครห้าม 

            ไปเที่ยวตัวคนเดียว มีเงินใช้เป็นของตัวเอง ฉันเริ่มอยากโตเร็วๆเเล้วสิ เเต่เบื้องหลังของสิ่งเหล่านั้น

            มันไม่ได้สวยงาม เเละเดินทางที่เรียบเหมือนที่จินตนาการไว้เลย...

                 

                                                       "ตอนนี้ ปีที่ 18 "


             เมื่อได้ลองมองย้อนกลับไปในอดีต ฉันเด็กมากๆเลยนะ คิดว่าตัวเองโตเเล้วได้ไง เเต่ชื่นชม

             ความเก่งเเละกล้าหาญของตัวเองในวัยนั้นมาก เป็นช่วงวัยที่ฉันภูมิใจในตัวเองที่สุดเเล้ว 

             ต่างจากในตอนนี้ ในวัยที่ 18 ปี ความกังวล ความกลัว ในเรื่องอนาคตนั้นมากเหลือเกิน

             ไม่ว่าจะเป็นการสอบเข้ามหาวิทยาลัย หน้าที่การงานที่จะต้องรับผิดชอบในอนาคต การเปลี่ยน

              เเปลงที่จะเกิดขึ้นอีกไม่นาน ฉันไม่อยากเจอสิ่งเหล่านั้นเลย ฉันรู้สึกว่าการโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่

              มันไม่ได้มีความสุขอย่างที่ในวัยเด็กคิดไว้ เมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่คงไม่มีการล้มเเล้วมีคนโอ๋

              หรือมีคนช่วยพยุงเราขึ้นมา เราต้องลุกขึ้นมาเอง คงไม่มีใครเอ็นดูเหมือนตอนเด็ก 

              ไม่สามารถทำอะไรเล่นๆได้ เเต่ยังไงก็ไม่มีใครสามารถปฏิเสธหน้าที่การงาน เเละอายุขัย

              ที่จะเพิ่มขึ้นในทุกๆปี ได้เเต่เพียงเเค่ยอมรับมันเเละทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เก็บเรื่องราว

              ในวัยเด็กน้อย จินตนาการ ความกล้าหาญ เก็บทุกๆอย่างไว้ในความทรงจำ เเละย้อนนึกถึงเมื่อ

               คิดถึงมัน ฉันไม่อยากที่จะลืมเรื่องราวที่ผ่านมาเลย เเต่อะไรก็ไม่เเน่นอนเนอะ ยังไงก็เป็นช่วง

               เวลาที่ฉันมีความสุขที่สุดเเล้ว ได้กระโดดโลดเต้น เล่นวิ่งไล่จับ ซ้อนเเอบ กระโดดยาง โดยไม่มี

              ใครมาทักเราว่า "ทำไมยังทำตัวเหมือนเด็กอีก" ชีวิตในวัยด็กนี้ดีจริงๆ ในเเต่ละวันไม่ต้องคิดอะไร

               มากเลย...

      

                       "ถึงจะย้อนกลับไปไม่ได้ เเต่ก็ขอเก็บไว้ในส่วนลึกของความทรงจำ"


                              "กาลครั้งหนึ่ง ฉันเคยมีช่วงเวลาที่ไม่ต้องคิดอะไรเลย"

                 


               







 

ความคิดเห็น